untitled

posted on 30 Nov 2010 23:36 by pack-sp

สภาพการเปลี่ยนแปลงทางธรณีภาคในประเทศไทย

 การเคลื่อนที่แผ่นธรณีภาคมีการเคลื่อนที่ 3 ลักษณะ
1.ขอบแผ่นธรณีภาคแยกออกจากกัน
    เป็นแนวขอบของแผ่นธรณีภาคที่แยกออกจากกัน เนื่องจากการดันตัวของแมกมาในชั้นธรณีภาค ทำให้เกิดรอยแตกในชั้นหินแข็ง จนแมกมาสามารถถ่ายโอนความร้อนสู่ชั้นเปลือกโลกได้ อุณหภูมิและความดันของแมกมาจึงลดลงเป็นผลให้เปลือกโลกตอนบนทรุดตัวกลายเป็นหุบเขาทรุด ปรากฎเป็นเทือกเขากลางมหาสมุทร

                                            

2.ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากัน
    แนวที่แผ่นธรณีภาคเคลื่อนเข้าหากันเป็นได้ 3 แบบ ดังนี้
ก.แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทร แผ่นธรณีภาคแผ่นหนึ่งจะมุดลงใต้แผ่นธรณีภาคอีกแผ่นหนึ่ง ปลายของแผ่นธรณีภาคที่มุดลง จะหลอมตัวกลายเป็นแมกมาประทุขึ้นมา เกิดเป็นแนวภูเขาไฟกลางมหาสมุทร

                                           

ข.แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป แผ่นธรณีภาคใต้มหาสมุทรหนักกว่าจะมุดลงใต้ ทำให้เกิดรอยคดโค้งเป็นเทือกเขาบนแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีป

                                         

ค.แผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปชนกับแผ่นธรณีภาคภาคพื้นทวีปอีกแผ่นหนึ่ง เมื่อชนกันทำให้ส่วนหนึ่งมุดตัวลงอีกส่วนหนึ่งเกยอยู่ด้านบน เกิดเป็นเทือกเขาสูง    

                                            

3.ขอบแผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ผ่านกัน             
    มักเกิดใต้มหาสมุทร ภาคพื้นทวีปก็มี เนื่องจากการเคลื่อนตัวของแมกมาในชั้นเนื้อโลกไมเท่ากัน ทำให้แผ่นธรณีภาคเคลื่อนที่ไม่เท่ากันด้วย เกิดการเลื่อนผ่านและเฉือนกัน เป็นรอยเลื่อนระนาบด้านข้างขนาดใหญ่

การเปลี่ยนแปลงทางธรณีภาคของชายฝั่งทะเลไทย

                                                  

              เมื่อกลางเดือนธันวาคม พ.ศ. 2549 สื่อต่าง ๆ ในประเทศไทยได้รายงานข่าวพายุและคลื่นโหมกระหน่ำพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคใต้ ด้านอ่าวไทย         อย่างรุนแรง ทำให้บ้านเรือนของประชาชนตามแนวชายฝั่งพังทลาย น้ำทะเลรุกเข้ามาในแผ่นดินเกิดน้ำท่วมพื้นที่ลุ่ม พร้อมรายงานพื้นที่ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลื่นซัดสาดครั้งนี้ส่วนมากอยู่ใน แนวชายฝั่งอ่าวไทยด้านตะวันตกตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ลงไปจนถึง จังหวัดนราธิวาสรวม 7 จังหวัด

                                                       

                 การเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งเป็นกระบวนการทางธรณีวิทยาที่เกิดขึ้นตามยุคสมัย ของธรณีวิทยาตั้งแต่อดีต ทั้งนี้เพราะชายฝั่งทะเลเป็นพื้นที่พลวัต (dynamic) มีการเปลี่ยนแปลงง่ายและรวดเร็วทั้งทางด้านรูปร่างและตำแหน่งที่ตั้งจากการกระทำของอิทธิพลต่าง ๆ เช่น ลม คลื่น กระแสน้ำ น้ำขึ้นน้ำลง และสิ่งมีชีวิต

    ในอดีต การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติแต่ในปัจจุบันกิจกรรมของมนุษย์เป็น สาเหตุหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนั้น ประเทศไทยมีพื้นที่ชายฝั่งทะเลทั้งทางด้านอ่าวไทยและอันดามัน ซึ่งยาวรวมกันประมาณ 2,700 กิโลเมตร อยู่ในพื้นที่ 23 จังหวัด จึงจัดเป็นพื้นที่ซึ่งมีความสำคัญทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ การเปลี่ยนแปลงชายฝั่งกำลังเป็นปัญหาสากลที่รับรู้กันทั่วโลกในทุกประเทศที่ มีพื้นที่ติดทะเล ในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ จำต้องต้องรู้เรื่องพื้นที่ชายฝั่งอย่างถูกต้องก่อน ตั้งแต่วิวัฒนาการของชายฝั่งทะเลกระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนพื้นที่ชายฝั่ง และการวิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลธรณีวิทยาชายฝั่งจึงต้องนำมาประยุกต์กับวิทยาศาสตร์สาขาอื่น เพื่อเป็นแนวทางในการจัดการชายฝั่งอย่างเป็นระบบ 

 สาเหตุการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง

     โดยทั่วไปการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะคงไว้ซึ่งระบบสมดุลตามธรรมชาติของชายฝั่ง ทะเลเป็นเรื่องปกติที่เกิดเป็นประจำ แต่เมื่อไรที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วไม่คืนกลับสู่สภาพเดิมตามธรรมชาติ ชายฝั่งบริเวณนั้นจัดเป็นชายฝั่งที่มีการเปลี่ยนแปลง สาเหตุที่ทำให้ชายฝั่งทะเลเปลี่ยนแปลงมีหลายสาเหตุทั้งที่เกิดจากปัจจัยทาง ธรณีวิทยาและปัจจัยร่วมอื่น ๆ ที่สัมพันธ์กันคือ

• ธรณีพิบัติภัยที่ เกิดในบริเวณชายฝั่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างเด่นชัด เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินถล่ม เป็นต้น

• การเปลี่ยนแปลงของอากาศ อากาศเป็นส่วนประกอบหนึ่งของโลกและอากาศเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้โลกมีสภาพ แวดล้อมต่าง ๆ กัน อากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อย ๆ ปัจจุบันอุณหภูมิอากาศโลกมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่วนหนึ่งเกิดจากแก๊สเรือนกระจกจากโรงงานอุตสาหกรรมและการเผาผลาญพลังงาน เชื้อเพลิง อากาศที่ร้อนขึ้นจะทำให้ลักษณะของลม คลื่น น้ำขึ้นน้ำลงเปลี่ยนแปลง เกิดพายุรุนแรงและถี่กว่าเดิม

• ระดับน้ำ ทะเลสูงขึ้น ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นส่วนหนึ่งเกิดจากอากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้น ทำให้ธารน้ำแข็งในบริเวณขั้วโลกละลายไหลลงสู่มหาสมุทร

• ธรณีแปร สัณฐานของท้องทะเล หมายถึง ลักษณะโครงสร้างทางธรณีวิทยาของท้องทะเลที่มีการเคลื่อนที่ ส่วนมากอยู่ในทะเลอันดามันที่เกิดจากการมุดตัวของแผ่นธรณีภาค มีรอยเลื่อนที่มีพลังมากมาย ทำให้เกิดการทรุดตัวของพื้นที่ นอกจากนั้นการทรุดตัวของพื้นที่ชายฝั่งอาจเกิดจากการกดทับหรืออัดตัวของ ตะกอนในพื้นที่ หรืออาจเกิดจากการสูบ ขุด หรือดูดทั้งของแข็งและของเหลวออกจากพื้นที่ ดังเช่น การสูบน้ำบาดาลขึ้นใช้ในปริมาณมาก ทำให้เกิดการทรุดตัวของพื้นที่ ในบริเวณกรุงเทพฯ และปริมณฑล

• ปริมาณตะกอนลดน้อยลง โดยธรรมชาติน้ำจากแม่น้ำลำคลองมักไหลลงสู่ทะเลทำให้ตะกอนที่ถูกพัดพาไปกับ น้ำ ตกตะกอนสะสมตัวตามแนวชายฝั่ง แต่เมื่อมีสิ่งก่อสร้างปิดกั้นการไหลของน้ำตามธรรมชาติ ทำให้ปริมาณตะกอนตามแนวชายฝั่งลดลง การกัดเซาะจึงเกิดขึ้นง่าย ซึ่งจะเห็นได้ชัดที่ชายฝั่งด้านอ่าวไทย เพราะมีแม่น้ำใหญ่หลายสายที่ไหลลงสู่อ่าวไทย ในปัจจุบันมีปริมาณตะกอนลดน้อยลง เนื่องมาจากทางน้ำตื้นเขิน มีเขื่อนกั้นน้ำมาก และมีการขุดทรายตามลำคลองและแม่น้ำใหญ่เพื่อใช้เป็นวัสดุก่อสร้าง

• กิจกรรม มากมายของมนุษย์บนชายฝั่ง ที่พัฒนาขึ้นมาโดยไม่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมชายฝั่ง เช่น การสร้างตึกสูงตามแนวหาดทรายด้านนอกที่อยู่ติดทะเล การถมลากูนเพื่อการพัฒนาที่ดิน การเปลี่ยนสภาพป่าชายเลนที่เป็นปราการธรรมชาติไปทำประโยชน์อย่างอื่น การถมทะเลและการสร้างสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่กีดขวางการเคลื่อนที่ตาม ธรรมชาติของคลื่นและกระแสน้ำ       เป็นต้น

วิวัฒนาการของพื้นที่ชายฝั่งทะเลไทย

     ชายฝั่งทะเลไทยเริ่มเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 10,000 ปีที่ผ่านมา หลังจากสิ้นสุดยุคน้ำแข็ง ทำให้ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น จึงได้ไหลท่วมเข้ามาในพื้นที่ลุ่มของประเทศ การขึ้นลงของน้ำทะเลทำให้มีการสะสมตะกอนทับถมกันบนพื้นดินเดิม และน้ำทะเลมีระดับสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ 9,000 ปีก่อนมาจนขึ้นสู่ระดับสูงสุด เมื่อประมาณ 6,000 ปีก่อนปัจจุบัน ที่ระดับความสูงประมาณ 4 เมตร จากระดับน้ำทะเลปัจจจุบันหลังจากนั้นน้ำทะเลก็ลดระดับลง และอากาศค่อย ๆ มีอุณหภูมิ สูงขึ้นกว่าเดิม โดยน้ำทะเลลดลงมาอยู่ในระดับปัจจุบันเมื่อประมาณ 1,000 – 800 ปีที่ผ่านมานี่เอง

       การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลครั้งสุดท้ายทำให้ประเทศไทยมีพื้นที่ชายฝั่ง ทะเลเป็นบริเวณกว้างทั้งทางด้านทะเลอันดามัน และอ่าวไทย ชายฝั่งทะเลที่เกิดขึ้นมีภูมิลักษณ์ต่าง ๆ กันมีทั้งชายฝั่งหน้าผา ชายฝั่งหิน หาดกรวด หาดทราย ลากูน ที่ราบน้ำขึ้นถึง ป่าชายเลน และพรุ เป็นต้น  ภูมิลักษณ์ชายฝั่งเหล่านี้มีตัวการที่ทำให้เกิดแตกต่างกันและมีส่วนประกอบ ของตะกอนที่สะสมตัวทับถมกันแตกต่างกันด้วย ส่วนมากเป็นตะกอนที่ยังไม่แข็งตัว ยกเว้นหาดกรวดและหน้าผาหิน ชายฝั่งแต่ละชนิดจึงมีความต้านทานต่อการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกัน

 สรุป
 
          การเปลี่ยนแปลงชายฝั่งเป็นปัญหาที่กำลังเพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ปัญหาเหล่านี้ควรเป็นที่รับรู้ของสาธารณชนเพื่อให้เป็นความรู้พื้นฐานสำหรับ การลดความขัดแย้งเรื่องการใช้พื้นที่และการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งในแต่ละที่ ให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม โครงการใหญ่ ๆ ที่จะเกิดขึ้นตามแนวชายฝั่งทะเล ควรเปิดเผยให้สังคมรู้และมีแผนแสดงการอนุรักษ์ป้องกัน หรือแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง
 
          โดยทั่วไปการกัดเซาะชายฝั่งจัดเป็นพิบัติภัยอย่างหนึ่งที่มีวิธีป้องกันและ แก้ไขส่วนมากจะเป็นการสร้างสิ่งป้องกันด้วยรูปแบบต่าง ๆ เช่น กำแพงกันคลื่น กองหินกันคลื่นเป็นต้น นอกจากนั้นก็เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการดำรงชีวิตและการอพยพโยกย้ายออกจาก พื้นที่
 
          บทความนี้เขียนขึ้นอย่างสังเขปเพื่อให้ครูที่สนใจใช้เป็นแนวในการศึกษาหาราย ละเอียดต่อไป โดยขอเน้นว่า ชายฝั่งทะเลเป็นพื้นที่ซึ่งมีความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด กิจกรรมใด ๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งเราควรหลีกเลี่ยงและในบางครั้งเรา ต้องยอมให้ธรรมชาติจัดการตัวเอง เพราะมนุษย์ไม่มีวันที่จะชนะธรรมชาติได้ตลอดเวลา

 

Comment

Comment:

Tweet